recommend2

recommendrecommend2ประเด็นร้อน

ตายเพิ่มอีก 2 โรงงานเครื่องสำอางบึ้มไฟไหม้ ตร.ลุยตรวจเรียกเจ้าของสอบ

  จากกรณีเกิดเหตุสลดไฟไหม้โรงงานผลิตเครื่องสำอางชื่อ บริษัท มินเทค แล็ปบอราทอรี่ จำกัด เลขที่ 15/4 หมู่ 1 ซอยติวานนท์-ปากเกร็ด 56 ถนนติวานนท์ หมู่ 1 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้นายไพรวิทย์ ช่างต่อ อายุ 19 ปีถูกย่างสดเสียชีวิตคากองเพลิง นอกจากนั้นยังมีเพื่อนคนงานอีก 3 รายถูกไฟคลอกได้รับบาดเจ็บสาหัสอาการเป็นตายเท่ากัน โดยพยานระบุได้ยินเสียงระเบิดก่อนไฟลุกท่วม
   ล่าสุดวันที่ 30 พ.ย.61 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า นายณัฐกานต์ บัวบาง หนึ่งในผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลชลประทานปากเกร็ด ได้เสียชีวิตในระหว่างรักษาตัวที่ห้องไอซียู เมื่อเวลา 01.00 น. ส่วนนายจามร คำอ่อนสา เสียชีวิตเมื่อเวลา 05.00 น. จากการสอบถาม นายศุภกฤต บัวบาง บิดานายณัฐกานต์ เปิดเผยว่า ลูกชายเพิ่งทำงานที่นี่ได้เดือนกว่า เมื่อวานตอนเพื่อนของลูกชายโทรมาบอกว่าลูกชายถูกไฟคลอกรู้สึกตกใจทำอะไรไม่ถูก เมื่อตั้งสติได้ก็ขับรถมาจากจังหวัดกาญจนบุรี ในส่วนของความสูญเสียที่เกิดขึ้น ทางบริษัทแจ้งว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้

ต่อมา พล.ต.ต.ธนาวุฒิ วุฒิจรัสธำรง รอง ผบช.ภาค 1 พ.ต.อ.ศุภชัย ไตรสมบูรณ์ ผกก.พฐ.จว.นนทบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ร่วมกันเข้าตรวจสอบภายในภายโรงงานผลิตเครื่องสำอาง บริษัท มินเทค แล็ปบอราทอรี่ จำกัด โดยใช้เวลาในการตรวจสอบนานกว่า 1 ชั่วโมง  พล.ต.ต.ธนาวุฒิ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุ การเกิดเพลิงไหม้โรงงานจนเป็นเหตุให้มีเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย ซึ่งตอนนี้ได้รับรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 รายกำลังรักษาตัวอยู่ ตนได้สั่งการให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดนนทบุรีตรวจที่เกิดเหตุเพื่อหาจุด เบื้องต้นพอจะทราบแล้วว่าจุดเกิดเหตุอยู่ตรงไหน และจะให้กองพิสูจน์หลักฐานภาค 1 เข้ามาตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้

พล.ต.ต.ธนาวุฒิ กล่าวต่อว่า ในส่วนของโรงงานจะต้องเรียกเจ้าของโรงงานและฝ่ายบุคคลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบว่ามีการขออนุญาตเปิดโรงงานถูกต้องหรือเปล่า กระบวนการผลิตถูกต้องหรือไม่ เบื้องต้นอุตสาหกรรมจังหวัดได้แจ้งว่าโรงงานไม่ได้มีการขอจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.โรงงาน และไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการนั้น ได้สั่งให้พนักงานสอบสวนแจ้งขอกล่าวหากับบุคคลที่เกี่ยวข้องในความผิดทุกพ.ร.บ. รวมถึงกฎหมายอาญาด้วย ซึ่งได้รับการติดต่อจากเจ้าของโรงงานว่าจะเข้ามาพบพนักงานสอบสวนแล้ว

recommend2สังคม-ทั่วไป

เพอร์นอตร่วมกับนครบาล1รณรงค์ขับขี่อย่างปลอดภัย

     เมื่อเวลา 15.00 น0วันที่ 30 พ.ย.61 บริษัท เพอร์นอต ริคาร์ด ประเทศไทย จำกัดได้ร่วมกับกองบังคับการตำรวจนครบาล 1ได้ร่วมกัน ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์มาตรการความปลอดภัย เตือนใจผู้ขับขี่รถให้ปลอดภัย ให้กับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนบริเวณสี่แยกศรีอยุธยา ถนนพระราม 6 แขวงทุ่งพญาไทย เขตราชเทวี

โดยมีพนักงานของบริษัท เพอร์นอต ริคาร์ด ประเทศไทย จำกัด และ พริตตี้สาวสวย เดินแจกสติ๊กเกอร์รณรงค์ ไม่ขับรถเร็วเกินอัตรา ไม่ขับรถย้อนศร ไม่ฝ่าฝืนสัญญาณไฟ และ ง่วงไม่ขับ  คาดเข็มขัด แลพต้องสวมหมวดนิรภัยเมื่อใช้มอเตอร์ไซค์

สำหรับสติ๊กเกอร์นั้นท่านติดไว้ที่กระจกรถสามารถนำรถเข้าไปใช้บริการที่ศูนย์บริการแอค ทุกสาขาทั่วประเทศได้ ฟรี 4 รายการดังนี้ เติมลมยางในโตรเจน ฟรี ทั้ง 4 เส้น เซ็คยางรถ แบตเตอรี่ น้ำมันเครื่อง และใบปัดน้ำฝน ได้จนถึงสิ้นปี 2562

นอกจากนี้ บริษัท เพอร์นอต ริคาร์ด ประเทศไทย ได้จัดทำโครงการเพื่อสังคม เพื่อสานต่อพันธกิจ สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีและเป็นประโยชน์ให้กับชุมชน ด้วยการจัดกิจกรรมอนุรักษ์ ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชุมชน และอีกหลายๆโครงการเพื่อกระตุ้นจิตสำนึกให้ทุกคนมีจิตสาธารณะ รู้จักการปกป้อง ดูแล รักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อให้โลกน่าอยู่แก่เพื่อนมนุษย์

recommendrecommend2ประเด็นร้อน

ชาวบ้านหวาดผวา.! โจรโรคจิตจี้ชิงทรัพย์กลางทุ่งนาแล้วบังคับให้ใช้ปากสำเร็จความใคร่

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และชาวบ้านได้ช่วยกันปิดล้อมพื้นที่หมู่ที่ 10 ต.วังโบสถ์ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อตามหาและจับกุมตัวคนร้าย ที่ก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้ยายวัย 75 ปี กลางทุ่งนาหมู่ที่ 14 ต.บ่อไทย อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ แล้วเกิดการต่อสู้กัน แต่ยายได้ร้องให้คนช่วยคนร้ายจึงขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
    จากการเปิดเผยของชาวบ้านว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดข้นเมื่อวันที่ 23 พ.ย.61ที่ผ่านมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ในครั้งแรกที่มีการก่อเหตุลักษณะนี้ได้มีคนร้ายใช้มีดจี้ชาวบ้านถึงสองรายโดยรายแรกอายุ 53 ปี เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2561 ซึ่งขณะนั้นผู้เสียหายกำลังทำการเกษตรอยู่กลางทุ่งนาเพียงคนเดียว โดยในครั้งนี้คนร้ายได้ทำร้ายและหวังที่จะข่มขืนแต่ไม่สำเร็จ แต่ได้จี้เอาเงินไปได้ส่วนหนึ่ง รายที่สองเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ต.ค.2561 ผู้เสียหายอายุ 56 ปี ถูกคนร้ายจี้ในขณะออกมาเกี่ยวข้าวกลางทุ่งนาเพียงลำพัง โดยคนร้ายได้ใช้มีดจี้และบังคับให้ใช้ปากสำเร็จความใคร่ให้จนสำเร็จ และคนร้ายได้ชิงเอาเงินไปอีก 1,000 บาท พร้อมกับหลบหนีไปอย่างลอยนวล ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่สามารถที่จะตามจับตัวมาได้

กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 23 พ.ย.2561 ที่ผ่านมาคนร้ายได้ก่อเหตุใช้มีดจี้ยายวัย 75 ปี อีก ผู้เสียหายเปิดเผยว่าในวันเกิดเหตุตนกำลังเกี่ยวข้าวอยู่เพียงลำพัง ขณะนั้นได้มีผู้ชายขี่รถจักรยานยนต์ผ่านไปประมาณเกือบสองชั่วโมงจึงวกกลับมาอีกและได้ลงมาพูดคุยกับตนเองและได้พูดคุยบอกว่าจะมาหาซื้อฟางข้าว พร้อมทั้งชวนพูดคุยจนกระทั่งตนเองเผลอคนร้ายได้ล็อคคอและใช้มีดจี้ ตนจึงใช้เคียวเกี่ยวข้าวเกี่ยวเข้าที่ข้างลำตัวของคนร้าย จากนั้นคนร้ายบังคับให้ตนเดินเข้าไปในป่าอ้อย ตนเกรงว่าจะเป็นอันตรายมากกว่านี้จึงออกอุบายขอกินน้ำก่อน คนร้ายจึงปล่อยคอ ขณะที่ตนก้มลงกินน้ำนั้นคนร้ายได้ถีบตนจนล้มลง ตนจึงลุกขึ้นและร้องตะโกนให้คนช่วยคนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

 

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวบ้านโดยเฉพาะผู้หญิงไม่กล้าที่จะออกมาทำงานกลางทุ่งนาเพียงคนเดียว จะต้องมีเพื่อนมาด้วย 2 - 3 คน และจะต้องเตรียมอาวุธ เช่นมีด เคียว ติดตัวมาด้วย เพราะเกรงว่าจะเจอกับคนร้าย เพราะขณะนี้คนร้ายหน้าตาเป็นอย่างไร ก็ไม่รู้ จึงทำให้เกิดการระแวง และหวาดผวา จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดติดตามจับกุมตัวมาให้ได้โดยเร็ว เพราะขณะนี้ชาวบ้านหวาดผวากันหมดแล้ววอนทางการขอให้จับกุมตัวได้เร็วๆ

 

 

1 2 490