ภัยประจำวัน

recommendคอลัมน์ภัยประจำวัน

ผลประโยชน์ไหลไปกับน้ำ

                สภาพสังคมไทย กับ “อำนาจ” ทาง “การเมือง” ที่ตกอยู่ในกำมือใครแล้ว หนีไม่พ้น “ผลประโยชน์” ที่แทรกตัวเข้ามาครอบงำ ลูบคลำ  ที่แฝงเข้ามาทุกช่องทาง...ทำให้คนดีกับคนไม่ดี แยกกันไม่ออก                 ไม่ว่า...ในอดีตหรือปัจจุบัน ทำไปทำมาก็หนีไม่พ้น มุ่งหน้าเข้ามาครอบงำผลประโยชน์ที่มองหา มากกว่าการแก้ ปัญหาชาติ ปัญหาประชาชน ที่ระทมทุกข์ไปทั่วแผ่นดิน                 โครงการต่างๆที่มาจาก การบริหารจัดการ โดยเป้าหมายของโครงการที่ค้นคิดขึ้นมาจากแนวคิดของฝ่ายอำนาจ มาลงตัวกันที่การตั้งงบประมาณแผ่นดิน ทุ่มเทลงไปในโครงการนั้นๆ                 จำนวนเงินมากมายมหาศาล....ในหลายต่อหลายโครงการ ที่แทบจะศูนย์เปล่า ละเลงละลายหายไป ไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้ แล้วทุกอย่างก็จบลง  ไม่มีการตรวจสอบ หรือมีผู้กล้าฝ่ายไหนมาเผยความลี้ลับของการผลาญงบฯไปอย่างง่ายดาย                 ยกตัวอย่างเช่น....โครงการบริหารจัดการน้ำ ของรัฐบาล “ประชารัฐ” นี่แหละทุ่มเทกันทุกทาง                 ทั้ง...ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ นำเอา “ศาสตร์พระราชา” มาใช้ พร้อมรับมือน้ำได้ทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น น้ำหลาก น้ำแล้ง แก้ปัญหาได้หมดทุกฤดูกาล                 มีทั้งขุดลอกคูคลองหนองบึง หลุมขนมครก แก้มลิง ทั่วประเทศ...แม่น้ำทุกสายจะต้องเป็นทางเดินของน้ำยามหลากได้สะดวก                 คลองสวย น้ำใส ไหลเย็นเห็นตัวปลา...ทุกครัวเรือนจะต้องไม่มีปัญหา น้ำท่วม น้ำแช่ขัง น้ำแล้ง แผ่นดินแตกระแหง ฯลฯ...ในอดีตที่มองเห็นเป็นประสบการณ์ ถูกยกมาใช้ในการแก้ปัญหาอย่างถูกทางทุกด้าน...สมบูรณ์แบบไปหมด                 พอเอาเข้าจริงๆ....กลายเป็นเรื่องจอมปลอม ปั้นน้ำเป็นตัว ผลาญงบประมาณเล่นแร่แปรธาตุ ไปเกลี้ยง                 เห็นๆกันอยู่...ในท้องทุ่ง ท้องไร่ท้องนา ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ประชาชนแช่อยู่ท่ามกลางน้ำหลาก น้ำล้น น้ำเน่า กลิ่นโคลนสาปควาย ที่นอนรวมกันข้างถนน คือ...ความล้มเหลวในการใช้งบประมาณมากมาย ในการบริหารจัดการน้ำ                 งบฯหลายหมื่นหลายแสนล้าน....ต้นสังกัดของหน่วยงานที่รับผิดชอบ มีใครกล้าที่จะออกมาให้ความจริง ในความผิดพลาดเหล่านี้...คงหายาก                 ผลประโยชน์ที่เป็นสมบัติเปลี่ยนมือกันมา มันไหลตามน้ำไปหมดแล้วครับ
recommendคอลัมน์ภัยประจำวัน

 ใครคือเจ้าของประเทศ?? 

   ใครอยากรู้ว่า...ชีวิตจนๆของชนชั้นระดับชาวบ้าน,ชาวไร่-ชาวนา คนหาเช้ากินค่ำ มีชีวิตตกต่ำติดดิน ไม่ได้ผุดได้เกิด...เพราะใคร อ่านข้อมูลนี้...แล้วเราจะหลุดพ้นจากความมืดเสียที...!?!
คอลัมน์ภัยประจำวัน

อยากเห็น…ผู้นำแบบอย่างที่ดี

     ทุกชีวิต...ต้องก้าวเดินต่อไปด้วยความเชื่อมั่น,ข้างหน้าจะยาวไกลแค่ไหน ก็ต้องใช้ความเพียรพยายามไปให้ถึงเป้าหมายในชีวิต... สติ- ปัญญา รู้รักสามัคคี มีความเมตตาเผื่อแผ่เกื้อกูลต่อกัน                 คือ...แสงสว่างนำทางพวกเรา                 อย่าทิ้ง...คำสอนของพ่อ กับ คำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อนั้น เป็นสัจจะวาจาอันศักดิสิทธิ์ยิ่ง                 “...ขอให้ทุกคนได้จดจำช่วงเวลา ที่ดวงใจคนไทยทุกดวงหลอมรวมเป็นหนึ่ง ในการถวายความอาลัยรักต่อพระองค์ท่าน จดจำความสามัคคี ความอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่มีให้กัน             นำเอาพลังแห่งความรัก ความภักดี มารวมกันสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติ
recommend2คอลัมน์ภัยประจำวัน

บ้านลอยน้ำ!!

       มองดูท้องฟ้าและเมฆฝนกระหน่ำซ้ำเติมไม่หยุดไม่หย่อน....ผืนนา ท้องทุ่ง ในฤดูน้ำหลากจาก “ภัย” ธรรมชาติ ของทุกฤดูกาล ถล่มทลาย ส่งลงมาเกินกว่าที่จะเอาอยู่กับการประกอบอาชีพมานมนาน นับร้อยปีพันปี พวกเขาแทบจะไม่ค่อยพบกับความหฤโหดเท่าที่พบเห็นในวันนี้
recommend2คอลัมน์ภัยประจำวัน

เกิดจากความเสื่อม

                หลังจาก “คุณหญิงหน่อย” ออกมาเคลื่อนไหวในเชิง “แอบแฝง”การเมือง จัดกิจกรรม “ดอกดาวเรืองแทนใจชาวลาดปลาเค้า” ในช่วงที่คนไทยรวมใจกันทั้งประเทศอยู่ที่งานสำคัญยิ่งของพวกเขา...!?!                 ก็มีคำถามตามมาว่า “เหมาะสม” หรือไม่...คงไม่มีใครรอคำตอบจากปากใคร                 เพราะคำตอบที่ออกจากปาก “หญิงหน่อย” ไม่ชัดเจนพอ ที่จะสร้างความเข้าใจกับฝ่ายที่เขาแคลงใจในทำนองว่า... “ยอมรับว่าพลาดไปจริงๆ”                 “หญิงหน่อย”ย้ำคำว่า...”พลาด”  ซ้ำแล้วซ้ำอีกมา ไม่ต่ำกว่า 10 คำ, แล้วก็ไม่อธิบายคำว่า “พลาดไป”   พลาด จากความคิดของใคร...ใครเป็นคนต้นคิดในเรื่องนี้                 สังคมก็เลย “ไม่เชื่อ” ที่เธอพูดออกมาทั้งน้ำตา...เป็นความจริงจากใจ                 บางส่วนเข้าใจเลยเถิดไปในทำนอง....มารยาหญิง,เล่นละครซ่อนน้ำตา,ให้คนสงสาร เห็นใจในสิ่งผิดพลาด                 ครับ...ก็พอเข้าใจได้บ้าง, แต่จากนี้ไปคงไม่หยุดนิ่งแค่นั้น เนื่องจากเขารู้ว่าคนพูด ผ่านการเรียนรู้ และเข้าถึงบริบทของสังคมแทบทุกส่วน...อยู่สูงกว่าคนในสังคมส่วนใหญ่ด้วยซ้ำไป                 คำว่า...ละเมิดความรู้สึกของมวลชนผู้มีสิ่งยึดมั่น ในคำว่า “ฟ้าสูง แผ่นดินต่ำ”อะไรควรและมิบังควร ที่ใครจะใช้ทักษะ ขี่ม้ารอบค่าย เลียบเคียง เสียดแทง กับความรู้สึกของประชนส่วนใหญ่....ผ่านไปไม่คงไมมีใครยอมให้ผ่านไปได้ง่ายนัก!                 ไม่มีใครเชื่อคำที่ว่า “พลาด” โดยไม่มีแผนอื่นแฝงอยู่ข้างหลัง ทีคนหลายกลุ่มกำลังฉกฉวยกันอยู่กับแผนที่พวกเขาต้องการสร้างภาพ...ให้มวลชนศรัทธา ในความคิดนั้นว่า..เขาคือ”ผู้กล้า”เข้าไปเสียบงานสำคัญนั้นได้                 มีใครเชื่อน้อยมากกับคำว่า พลาด โดยมิบังควร ไม่มีเจตนาแอบแฝงอื่นไว้ในใจ!!                 นอกจากความคิดเดิมๆคลั่งอยู่ในสมองเก่าๆ  มองว่า...กิจกรรมของพวกเขา คงไม่มีสื่อหลักหน้าไหนมาคิดต่างกับเขาแน่ เพราะเบื้อหลังในแต่บริบทของสังคม ที่หลากหลายความคิด ...คิดว่า “สื่อหลัก” ที่จัดตั้งไว้รับใช้เฉพาะกิจดั้งเดิมนั้น ไม่ทรยศต่อประโยชน์ร่วมกันมายาวนานแน่                 นี่คือ..สิ่งที่ทำให้เกิดความเสื่อมไปทั่วทุกบริบทของสังคมมากขึ้นครับ!                 สื่อหลักๆก็เสื่อมลง...ไม่ได้ทำหน้าที่สื่ออย่างแท้จริง, เพลิดเพลินกับเศษเล็กเศษน้อยที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้...ก็กลายเป็นแนวร่วมของคนบางพวกไป เพราะหลงตัวว่า เขาคือเทวดา                 สุดท้าย...นักการเมืองบางพวกก็เสื่อมลงอย่างที่เห็น, เคยชินอยู่กับการใช้สื่อสร้างภาพ เป็นนักปฏิบัติธรรมจอมปลอม  เขาพร้อมที่จะเปลี่ยนสีเป็นได้ทั้งกาและหงส์ จำไว้ครับ...พี่น้องคนไทยทุกท่านทุกคน.
recommend2คอลัมน์ภัยประจำวัน

เบื้องหลังเด้ง…อธิบดีฯป่าไม้ (๒)

                บริบทของคำว่า... “ผู้มีอำนาจ” กับ “ผู้หมดอำนาจ”....จะมาตีความรวมๆกันไปว่า ฝ่ายไหน “ผิด”ฝ่ายไหน “ถูก”ทั้งหมด                 โดยเฉพาะ....ผู้ถูกกล่าวโทษคือผู้บังคับบัญชาที่ใช้อำนาจสั่งการ ไปยังผู้ใต้บังคับบัญชา ที่จะต้องระงับคำสั่งนั้นๆ ยังเพียงแค่ “ถูกกล่าวหา” ต้องสอบสวนคำกล่าวหากันอีกยาว                 ข้อคิดข้อเขียนจากแนวความคิดของคนวงนอกอย่างผม...ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปตัดสิว่า “ใครผิดใครถูก” ได้                 แต่อีกแง่มุมหนึ่ง... “สื่อ” ก็มีหน้าที่ทำงานให้กระจ่างต่อสังคมได้...ด้วยความบริสุทธิ์ใจ, โดยอาศัยข้อมูลที่ทั้ง ๒ ด้านอำนาจ ที่ไม่ได้เอาความจริงมาแจ้งต่อสังคม...ต่างฝ่ายต่างก็เอาความดีใส่ตัว เอาความชั่วโยนใส่อีกฝ่าย                 ผมไม่ใช่กองเชียร์ของฝ่ายไหนนะครับ!                 ครับ...เบื้องหน้าเบื้องหลังการใช้อำนาจให้ผู้หมดอำนาจปฏิบัติตามคำสั่ง ตามเงื่อนไขข้อกล่าวหา...ที่เกิดขึ้นกับ อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ “ชลธิศ สุรัสวดี” นั้น เป็น “อำนาจ” ก็ย่อมมีความเห็นต่างกัน...!?!                 ผมมองผ่านๆไปก่อนหน้านี้...เห็นอยู่ในหลายช่อง, โดยเฉพาะช่องที่ชี้บอกไปว่า ท่าน “ชลธิศ” มีโจทก์รอบตัว  โดยเฉพาะการทำหน้าที่เอาจริงเอาจังกับงานรับผิดชอบ ไปเหยียบตีนใครบ้าง...ท่านย่อมรู้ดี                 กรณีพวก “นายทุน” บุกกรุกป่า พวกที่มีอำนาจเงิน แฝงตัวอยู่กับอำนาจรัฐ กระทำผิดกฎหมาย แล้วใช้อำนาจเหล่านั้นไปดีดท่านเด้งออกไป...ตามที่ท่านร้องขอความเป็นธรรม ก็น่าจะเป็นโจทก์หนึ่ง ที่ฝ่ายอำนาจจะต้องให้ความเป็นธรรมกับท่านแน่                 อีกหลายๆส่วน...ต่างฝ่ายต่างซ่อนความจริงไว้ใต้อำนาจ, ในสังคมคนป่าไม้คนใกล้ชิดก็ดี ลูกน้องนอกสายตานาย ที่กล่าวหาว่านายของเขาเลือกที่รักมักที่ชัง...เด้งคนดีๆออกไปให้พ้นสายตา จะได้ไม่ต้องมาจับผิดเรื่องใกล้ตัวนาย...ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยหรอกนะ!                 เอาเถอะ....คงไม่นานนักคงจะได้เห็น เพราะ “ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย” ใครซ่อนอะไรเอาไว้จุดไหน....ไม่มิดหรอกครับ !                 จำกันเอาไว้ด้วย “อำนาจ” ที่ใช้กันอยู่ไม่ยั่งยืนหรอก...มันจะเสื่อมลงได้ทันตาเห็น ถ้าพวกคุณผู้เป็นข้าของแผ่นดิน  ร่วมกันโกงชาติโกงประชาชน
คอลัมน์ภัยประจำวัน

เบื้องหลังเด้ง….อธิบดีป่าไม้ (๑)

ผมมัวแต่ขี่ม้ารอบค่าย มองโน่นมองนี่ไปตามลีลา...อยากหามุมมองข้อมูลแบบรอบด้าน ใน “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” พอเป็นประเด็นร่วมกันคิด เพื่อให้เห็นหน้าเห็นตากันชัดๆ ...ที่ยังไม่เข้าถึงไม่ประเด็นหลักๆในยุคสายเลือดรุ่นในสังกัดกระทรวงแห่งนี้, ใครมีเขี้ยวมีงางอกงามอย่างไรบ้าง...ต้องติดตาม “ภัยประจำวัน” ครับ!
recommend2คอลัมน์ภัยประจำวัน

“นักอนุรักษ์…รุ่นเก่า” ( ๔ ต.ค.๖๐)

  “ถิ่นกำเนิด” หรือ “สายเลือด” ของคำว่า “นักอนุรักษ์” ดั้งเดิมคือ....ข้าราชการ “กรมป่าไม้”ในสังกัดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในอดีต, ปัจจุบัน... แตกหน่อแตกรากกลายสายพันธุ์มาเป็น ๒ ขั้วอำนาจ                 กรมป่าไม้...กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช...รับผิดชอบ กรมฯกองต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่อง สิ่งแวดล้อม,ดิน น้ำ ลม ไฟ ทั้งทางบก...ป่าเขาลำเนาไพร ท้องน้ำ ริมชายฝั่งทะเล                 มีอาณาจักรครอบคลุมความรับผิดชอบไปทั่วแผ่นดินก็ว่าได้....ส่วนงานที่มีเป้าหมายหลักก็ได้เน้นแยกแยะกันไว้เยอะ                 แต่...คนรุ่นหลังๆในกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ ตลอดจนประชาชนส่วนใหญ่...ลืมนึกถึงความสำคัญของกลุ่ม นักอนุรักษ์ ที่ทุ่มเทต่อสู้ด้วยจิตวิญญาณ อุดมการณ์ฝังแน่นในความคิด เพื่อต่อต้าน คุ้มครอง ปกป้องการบุกรุกป่า การทำลายสิ่งแวดล้อมและชีวิตสัตว์ป่าทุกชนิด ให้อยู่คู่กับต้นน้ำและป่าเขาลำเนาไพร....ด้วยชีวิตและเลือดเนื้อ ก็ลองนึกทบทวนดูกันไว้บ้างก็ไม่น่าเกลียดนัก... สำหรับคนรุ่นหลัง                 เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๖ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ระดับต้นๆ กลุ่มหนึ่ง วางแผนร่วมกันกับสื่อมวลชนกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่ง เดินทางตอนกลางดึก วันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๑๖ มุ่งตรงไปยังป่าทุ่งใหญ่ฯห้วยขาแข้ง จ.กาญจนบุรี
recommend2คอลัมน์ภัยประจำวัน

นักอนุรักษ์ฯ….หายไปไหน

พูดถึงท่านรัฐมนตรีฯ บางท่าน  “ติดดิน” อยู่กับงานมากกว่าอยู่กับครอบครัว, เอ่ยถึงชื่อท่าน พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์...มีหลายเสียงถามมาว่า รู้จักเป็นการส่วนตัวกับท่านมากมายถึงขั้นนั้นเชียวหรือ
1 2