recommendข่าวพระราชสำนัก

“ในหลวงร.10”โปรดเกล้าฯ“พล.อ.เปรม”เปิดงาน“อุ่นไอรัก คลายความหนาว”

เมื่อ‪เวลา 15.05 น.วันที่ ‪8 ก.พ.61 ที่ พระลานพระราชวังดุสิต พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ มาเปิดงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” ซึ่งจัดขึ้นตามที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริที่จะให้ประชาชน ได้มีความสุข ความรื่นเริง และรำลึกถึงวิถีชีวิตที่ผ่านมา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ระหว่างวันที่ ‪8 ก.พ. – 11 มี.ค. ณ พระลานพระราชวังดุสิตและสนามเสือป่า โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมภริยา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม รวมถึงคณะรัฐมนตรี ในการนี้ คุณใหม่ สิริกิติยา เจนเซ่น พระธิดา ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี สวมชุดไทยย้อนยุค ร่วมงานด้วย

โอกาสนี้ พล.อ.เปรม ได้วางพวงมาลัยและจุดธูปเทียนถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้น เข้าไปยังพลับพลาพิธี นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองประธานกรรมการจัดงานฯ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” และกราบเรียนเชิญ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ เปิดงานพร้อมทั้งกราบเรียนเชิญชมนิทรรศการและร้านค้าต่างๆ ตามอัธยาศัย จากนั้นผู้แทนพระองค์ได้ลั่นฆ้องเปิดงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” ชมการแสดงชุดพิเศษ ได้แก่ มหกรรมกลองมหามิ่งมงคล และรำอาเศียรวาทถวายพระพรชัยมงคล ก่อนกลับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เช้ามีประชาชนแต่งกายด้วยชุดไทยย้อนยุคและผ้าไทย มาร่วมงานจำนวนมาก โดยทุกคนต้องผ่านจุดคัดกรองทั้ง 4 จุด ได้แก่ 1.ริมถนนศรีอยุธยาฝั่งสวนอัมพร ตรงข้าม บช.น., 2.บนทางเท้าข้างสนามเสือป่า ตรงข้าม ทภ.1, 3.บนทางเท้าใกล้โค้ง ปตท.ถนนอู่ทองใน โดยทั้ง 3 จุดจะเปิดให้ประชาชนเข้าตั้งแต่‪เวลา 08.00 น. และจุดคัดกรองที่ 4 บนเกาะกลาง ใกล้ ทภ.1 ถนนราชดำเนินนอก เปิดให้เข้าในเวลา ‪18.00 น. ทั้งนี้ ประชาชนจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนต่อเจ้าหน้าที่ด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรองในเรื่องการแต่งกาย ทางเจ้าหน้าที่มีการจำหน่ายเสื้อผ้าบริเวณจุดคัดกรองเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ร่วมงานด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายในงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” ที่บริเวณหน้าพระลานพระราชวังดุสิตโดดเด่นด้วยเรือสุพรรณหงส์จำลองที่ประดับด้วยดอกกล้วยไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ ความยาวขนาด 25 เมตร ที่กรมศิลปากร จัดสร้างขึ้น โดยประดับร่วมกับผ้าไหมทอง รอบพระบรมรูปทรงม้า ประดับด้วยแปลงดอกไม้ขนาดใหญ่ ดอกไม้เมืองหนาวกว่า 30 ชนิด อาทิ บานชื่นหนู ดาวกระจาย ดาวเรือง คอสมอส แววมยุรา ผีเสื้อ กล้วยไม้สกุลหวาย เป็นต้น เน้นสีสันสดใส ตัดสีสวยงาม เช่นสีแดง สีส้ม สีเหลือง สีชมพู มาจัดเป็นสวนสวยงาม ซึ่งใช้ต้นไม้รวมทั้งงานกว่า 2 แสนต้น โดยมีจิตอาสาคอยดูความสวยงามของดอกไม้ตลอดทั้งวัน รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สวมเครื่องแต่งแบบตำรวจสมัยรัชกาลที่ 5 มาคอยดูแลบริเวณงานด้วย

ไฮไลท์ของานได้นิทรรศการพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงก่อตั้ง การรถไฟแห่งประเทศไทย การไฟฟ้า การประปา การไปรษณีย์ไทย และธนาคารสยามกัมมาจล หรือธนาคารไทยพาณิชย์ในปัจจุบัน ตลอดจนนิทรรศการพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงงานมาตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการครองราชย์ เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม

ขณะที่ บริเวณสนามเสือป่า ประชาชนที่มาร่วมงานยังมีส่วนร่วมโดยเสด็จพระราชกุศล โดยการเลือกซื้อสินค้านานาชนิด จากร้านค้าในพระบรมวงศานุวงศ์ อาทิ จิตอาสา 904 ซึ่งจำหน่ายกระเป๋าจิตอาสา ในราคา 395 บาท เสื้อจิตอาสา ในราคา 299 บาท เข็มกลัด ในราคา 100 บาท, มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า, ภูฟ้า, มูลนิธิสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์, มูลนิธิโครงการหลวง ดอยคำ เป็นต้น และร้านค้ารับเชิญทั้งจากภาครัฐและเอกชน

รวมทั้งร้านค้าอาหารไทยโบราณ ผลิตภัณฑ์โบราณ ในแนวคิด “ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร สืบสานชุมชนวิถีไทย” มีกิจกรรมสอยต้นกัลปพฤกษ์ ราคา 25 บาท และสลากการกุศล ราคา 129 บาท ร่วมถ่ายภาพย้อนยุคและภาพ 3 มิติ ที่จัดไว้ในมุมต่างๆ ภายในงาน รายได้จากการจัดงานทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนในทั่วทุกมิภาคของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงสะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาคผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทุกวัน ได้แก่ การแสดงบนเวทีใหญ่ ทุกวันศุกร์และ‪วันเสาร์ เวลา 18.00 น. ถึง 20.30 น. ยกเว้นสัปดาห์แรกเพิ่มวันพฤหัสบดีและสัปดาห์สุดท้ายเพิ่มวันอาทิตย์, การแสดงบนเวทีเล็ก ทุกวันอาทิตย์ จันทร์ และ‪วันอังคาร เวลา 18.00 น. ถึง 20.30 น. รวมถึงการฉายหนังกลางแปลงที่เป็นภาพยนตร์ในยุคเก่าที่หาชมได้ยาก ทุกวันพุธ และวัน‪พฤหัสบดี เวลา 18.30 น. ถึง 20.30 น.

ในงานยังมีการจัดแสดงศิลปะชั้นสูงในราชสานักที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน เช่น การร้อยดอกไม้สด การปักผ้า ฯลฯ โดยวิทยาลัยในวัง (หญิง) และวิทยาลัยในวัง (ชาย) ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าร่วมเรียนรู้การประดิษฐ์งานศิลปะชั้นสูง เพื่อนำไปประกอบอาชีพได้

ประชาชนที่เข้าร่วมงาน สามารถแต่งกายย้อนยุคสมัยรัชกาลที่ 5 หรือสวมใส่ผ้าไทย หรือชุดสุภาพ เพื่อร่วมงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” ระหว่างวันที่ ‪8 ก.พ. – 11 มี.ค. ที่ พระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า ‪ระหว่างเวลา 10.30 – 21.00 น. เฉพาะวันศุกร์และวันเสาร์ เปิด‪ตั้งแต่เวลา 10.30 – 22.00 น. โดยไม่เสียค่าบัตรผ่านประตู

พ.อ.หญิง วรณี วงษ์วานิช อายุ 52 ปี สวมชุดย้อนยุคสมัย ร.5 เปิดเผยว่า ด้วยความรักที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำให้ชื่นชอบบรรยากาศการจัดงานมาก ซึ่งมีความย้อนยุคทั้งร้านค้า และอาหารที่หารับประทานได้ยากยิ่ง โดยวันนี้ใส่ชุดไทยสมัย ร.5 มาร่วมงาน ส่วนตัวชื่นชอบในผ้าลูกไม้และผ้าไทยอยู่แล้ว พอทราบว่ามีงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” ซึ่งเชิญชวนผู้ร่วมงานใส่ผ้าย้อนยุค จึงตั้งใจใส่มาร่วมงาน และอยากเชิญชวนมาใส่ผ้าไทยกันในงานนี้

 

 

- Advertisement -