recommendเจาะลึก..แฟ้มคดี "อาชญากร"

“เจาะลึก..แฟ้มคดี “อาชญากร”

     ย้อนกลับไปเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น.ช่วงหัวค่ำของวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุ คนร้าย 3 คนใช้อาวุธปืนบุกปล้นร้านทองชื่อร้านห้างทองตำหนักทอง 5 ตั้งอยู่ภายในห้างโลตัสชลบุรี ถนนสุขุมวิท หมู่ 1 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยคนร้ายได้ทองคำรูปพรรณน้ำหนักประมาณ 600 บาทคิดเป็นเงิน กว่า 20 ล้านบาท ถือว่าเป็นการปล้นร้านทองที่อุกอาจที่สุด เพราะมีประชาชนนับร้อยคนเดินจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าอยู่ภายในห้างฯ

       นอกจากนี้ยังมีพยานมากมายเห็นเหตุการณ์ ทั้งพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ พยานบุคคล ข้อสำคัญ ได้ทะเบียนรถ จักรยานยนต์ทั้ง 2 คันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ซึ่งพฤติกรรมของคนร้ายที่กระทำในวันนั้นคือ 3 คนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน พร้อมอาวุธครบมือเข้าปล้นร้านห้างทองตำหนักทอง 5 นั้นร้านทองได้เปิดขายตามปกติ และมีลูกค้าจำนวนมาก เลือกซื้อทองรูปพรรณกันอยู่ คนร้ายยิงปืนขึ้นฟ้าจนฝ้าเพดานทะลุ พร้อมประกาศเสียงดัง “อย่าขัดขืนไม่งั้นตาย” ขณะนั้นทุกคนต่างวิ่งหลบหนีออกจากร้านกันแทบไม่ทัน ปล่อยให้พนักงานในร้านยืนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าด้วยความกลัว แต่ที่น่ากลัวไปมากกว่านั้นคือ คนร้ายใช้ปืนจ่อหัวพนักงานบังคับให้บอกที่เก็บเงิน โดยคนร้ายใช้เวลาในการก่อเหตุได้ถึง 2 นาที แล้วหลบหนีไปพร้อมทองคำรูปพรรณน้ำหนักประมาณ 600 บาท

        หลังเกิดเหตุ  พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ดูแลงานป้องกันและปราบปราม พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทำให้ นายวิสูตร คำเงิน ผู้จัดการร้านห้างทองตำหนักทอง 5  “มั่นใจว่าตำรวจจะต้องตามจับคนร้ายได้ในเร็ววัน”  ถึงกับตั้งรางวัลนำจับให้กับผู้แจ้งเบาะแสคนร้ายถึง 3 แสนบาท จากวันนั้นจนถึงวันนี้วันที่ 24 ธ.ค.60 เป็น 1 เดือนเต็ม ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ราวกับไฟไหม้ฟางรามไปแล้วก็มอดดับเหลือแต่ขี้เถ้ารอวันให้ลมพัดเป่าให้จางหายไป

       ทำให้ประชาชนและสังคมหวาดผวากับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เมื่อมันเกิดแล้วจับไม่ได้ ไม่มีการชี้แจงให้ประชาชนทราบ..หรือจะปล่อยให้มันเงียบหายไปตามการเวลา เมื่อนักข่าวถาม “วันนี้คดีนี้ ไปถึงไหน” ก็เจอแต่คำตอบแบบเติมๆ “ให้ตำรวจทำงานก่อน” ฟังจนชิน.. “มีอะไรบ้างภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ที่ตำรวจไทยทำไม่ได้”      

    มาถึงวันนี้ ตำรวจพื้นที่เกิดเหตุ, ตำรวจสืบสวนจังหวัดชลบุรี,ตำรวจสืบสวนภูธร ภาค 2 ,ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, จะว่าไงครับ..ล้วนเป็นคำถาม จากสังคมและประชาชน ทั้งสิ้นที่อยากรู้..ครับ พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2  “ฉลามตาฟาง” คงต้องเปลี่ยนเป็น “ฉลามไร้เขี้ยว” หรือจะปล่อยให้ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ต้องลงมาสืบสวนสอบสวนจับกุมคนร้ายเสียเอง แล้วอย่างนี้จะมีผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เอาไว้ทำไม..??