recommendเจาะลึก..แฟ้มคดี "อาชญากร"

อุทาหรณ์.! คนหัวร้อน..?

     เห็นคนไทยหลายคนไม่รู้เป็นอะไรขับรถเหมือนกับหาที่ระบายความเครียดจะบีบแตรเตือนก็ไม่ได้ ต่างประเทศหรอบีบไปเถอะบีบเท่าไรก็ไม่มีเรื่อง ส่วนพี่ไทยถ้าใครขับไม่ถูกใจตัวเองอาจจะแช่ขวา ปาดหน้า เบรก เพื่อสั่งสอน ทำไมหลายคนถึงหัวร้อนไม่เข้าใจก็แค่ขับรถ และการใช้รถใช้ถนนทุกวันนี้นอกจากจะระมัดระวังไม่ให้ไปเฉี่ยวชนกับใครแล้ว ยังต้องรู้จักระงับอารมณ์ ไม่ให้ความโกรธทำให้ขาดสติ ไม่เช่นนั้นจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจจะเป็นเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาได้ “เจาะลึกแฟ้มคดีอาชญากร” จะพาท่านย้อนกลับไปคดีของนายสุเมธ รุ่งรัตนพันธุ์ อายุ 28 ปี เจ้าของห้างทอง 99 ย่านตลาดวัดชัยมงคล กับนายเจอร์ราร์จ โคลินส์ อายุ 72 ปี สัญชาติออสเตรเลีย ที่บานปลายเป็นคดีร้ายแรงจากการขับรถเฉี่ยวชนกันเพื่อเป็นอุทาหรณ์

       ช่วงบ่ายของวันที่ 11 ต.ค.60 ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งจากนายสุเมธ รุ่งรัตนพันธุ์ อายุ 28 ปี เจ้าของห้างทอง 99 ย่านตลาดวัดชัยมงคล ว่าถูกฝรั่งใช้มีดอีโต้ไล่ฟัน และขับรถพุ่งชนได้รับบาดเจ็บก่อนจะหลบหนีมา อยู่บริเวณหน้าโรงเรียนอักษรศึกษา ในซอยกอไผ่ พัทยาใต้  จ.ชลบุรี เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรมาถึง นายสุเมธ ก็มายืนคุยอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา  นายสุเมธ ได้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า “คุณตำรวจช่วยตามหาชายชาวต่างชาติคู่กรณีให้ผมหน่อยคือย่างนี้ครับ..ผมขับรถเก๋งฮอนด้า บริโอ สีขาว ทะเบียน กย 4422 ชลบุรี ออกไปทำธุระนอกร้าน จนมาถึงปากซอยกอไผ่ เห็นชายชาวต่างชาติขับรถเก๋งนิสสันเอ็นวี สีบรอนซ์ ทะเบียน บห 1152 ชลบุรี อยู่ข้างหน้าและเปิดไฟเลี้ยวขวา ผมจึงขับแซงซ้ายทำให้รถเบียดกันเล็กน้อยจึงได้จอดรถเพื่อเจรจา แต่แทนที่จะพูดคุยกันดีๆ ปรากฏว่าชายต่างชาติได้ลดกระจกรถลงแล้วตะโกนด่าให้ของลับ พร้อมกับท้าทายให้ลงมาจากรถ พอผมลงไปชายคนดังกล่าวได้เปิดฝาท้ายรถเก๋งของตัวเอง แล้วหยิบมีดอีโต้ออกมาไล่ฟันที่แขนซ้ายและแขนขวาจนเลือดออกได้รับบาดเจ็บผมจึงรีบวิ่งหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต”

 

      นายสุเมธ บอกต่อมา คุณตำรวจ..คิดดูนะครับ..ขนาดผมวิ่งหนีไปแล้วแทนที่ชายต่างชาติจะเลิกกลับหันมาใช้มีดฟันใส่รถของผมอีก จนกระจกหลังและกระจกประตูรถทั้งสองด้านแตก แล้วจึงเดินไปขึ้นรถขับรถพุ่งเข้าชนใส่ผมอีกตอนนั้นผมอยู่กลางถนนจนกระเด็นตัวลอยกระแทกกระจกรถก่อนร่วงลงมากระแทกพื้น จากจนได้รับบาดเจ็บอีกแล้วชาวต่างชาติก็ขับรถหนีไป ผมเลยรีบขับรถไล่ตามจนเห็นรถของคู่กรณีขับเข้ามาในโรงเรียนอักษรศึกษา ในซอยกอไผ่ พัทยาใต้ จึงโทรศัพท์แจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว

     หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทราบเรื่องจึงแจ้งไปยัง ร.ต.อ.นครราช นนสีลาด  รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา ร้อยเวรให้ทราบเรื่อง และพากันเดินหาคู่กรณี โดยใช้เวลาไม่นานก็พบฝรั่งคนดังกล่าวยืนอยู่ข้างรถเก๋งนิสสัน เอ็นวี สีบรอนซ์ ทะเบียน บห 1152 ชลบุรี เพื่อมารอรับลูกเลิกเรียนสภาพรถกระจกหน้าแตกตำรวจได้สอบสวนทราบชื่อคือ นายเจอร์ราร์จ โคลินส์ อายุ 72 ปี สัญชาติออสเตรเลีย  แต่ในระหว่างที่ตำรวจกำลังสอบถามข้อมูลอยู่นั้น นายสุเมธกับภรรยาที่ตามมาดูเหตุการณ์และอุ้มลูกน้อยวัยขวบเศษพร้อมกับถ่ายคลิปวิดีโอ ได้เดินเข้ามาคุยกับนายเจอร์ราร์จเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งคู่โต้เถียงกันจน นายสุเมธ ระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ปรี่เข้ามาชกนาย เจอร์ราร์จ 1 หมัด จนหลับกลางอากาศล้มทั้งยืน ท่ามกลางสายตาของเด็กนักเรียนและผู้ปกครองที่ไปรับบุตรหลานนับร้อยคน จนพากันแตกตื่น

      ทันทีที่เหตุการณ์นายสุเมธชกนายเจอร์ราร์จจนสลบถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีคลิปเหตุการณ์ที่บันทึกไว้ได้จากกล้องหน้ารถ เป็นภาพขณะนายเจอร์ราร์จ จอดรถลงมาหยิบมีดอีโต้ท้ายรถเดินไปหานายสุเมธ จากนั้นก็เกิดชุลมุนขึ้น จากนั้นเจ้าตัวก็กลับมาขึ้นรถขับออกไปอย่างเร็ว ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ชนนายสุเมธจนกระเด็น

       หลังนายเจอร์ราร์จ โคลินส์ ถูกห้ามส่งโรงพยาบาลทำบาดแผลที่ใบหน้าเรียบร้อยแล้วก็เข้าพบ ร.ต.อ.นครราช  นนสีลาด  รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา  พร้อมภรรยาชาวไทย เพื่อให้ปากคำ นายเจอร์ราร์จเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุผมได้ขับรถมาตามถนนเทพประสิทธิ์ จนมาถึงสี่แยกซอยกอไผ่ จึงชะลอรถเพื่อรอเลี้ยวเข้าซอยระหว่างนั้นนายสุเมธซึ่งขับรถสวนทางมาก็ชะลอรถเพื่อเลี้ยวเข้าซอยเดียวกัน ตอนแรกผมก็โบกมือทำสัญญาณให้นายสุเมธไปก่อน แต่น่าจะเกิดการเข้าใจผิด ทำให้คิดว่าผมให้ของลับ เลยขับรถตามปาดหน้าและแกล้งเบรกกะทันหันอยู่ตลอดทางกระทั่งถึงจุดเกิดเหตุ

      นายสุเมธ จอดรถกลางถนนแล้วเปิดประตูลงมาทำท่าจะเข้ามาทำร้ายผมจึงรีบไปหยิบมีดอีโต้ที่มีไว้ทำสวนตัดแต่งกิ่งไม้ในบ้านออกมาเพื่อป้องกันตัว ไม่ได้มีเจตนาจะเอาไปทำร้ายนายสุเมธแต่อย่างใด ในส่วนของคลิปวิดีโอที่นายสุเมธได้มาจากพลเมืองดี และมีการเผยแพร่ออกไปในโลก โซเชี่ยล จนหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าผมขับรถพุ่งชนนั้นไม่เป็นความจริง นายสุเมธเป็นคนกระโดดเข้ามาขวางรถผมเอง ส่วนบาดแผลที่พบบริเวณศอกซ้ายและขวาของนายสุเมธนั้น เป็นบาดแผลที่เกิดจากถูกเศษกระจกหน้ารถของผมบาดขณะที่พุ่งตัวมาใส่รถจนทำให้กระจกแตก..

      ครับ..งานนี้ไม่รู้ว่าใครผิดใครถูก..ก็ต้องไปพิสูจน์กันเอาในชั้นศาลแต่ที่แน่ๆ หลังสอบสวนทั้งสองฝ่าย ร.ต.อ.นครราชไ ด้แจ้งข้อหา “พยายามฆ่า” กับนายเจอร์ราร์จ โดยเจ้าตัวให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวจำนวน 200,000 บาท ออกไป เพื่อขอต่อสู้คดีในชั้นศาล ขณะที่นายสุเมธคู่กรณีถูกแจ้งข้อหา “ทำร้ายร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ”ด้วยเช่นกัน..นี้เป็นอุทาหรณ์ทั้งสองฝ่ายอย่าหัวร้อนกันนะครับ..เรื่องเล็กๆจะกลายเป็นใหญ่...