recommendคอลัมน์

ปืนตำรวจหายใครรับผิดชอบ!

กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที หลังจากที่ตำรวจสายตรวจ สน.วังทองหลาง ได้จับกุมนายอาทิตย์ หาญพานิชกิจ อายุ 25 ปี พร้อมอาวุธปืนขนาด.38 ยี่ห้อเทารัส และอาวุธปืนซิกซาวเออร์ P320 ขนาด 9 ม.ม.ตราโล่ พร้อมกระสุนจำนวนหนึ่ง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าอาวุธปืนดังกล่าว เป็นอาวุธปืนประจำหน่วยของ กองกำกับการสืบสวนสอบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา) และเมื่อตรวจสอบลึกลงไปก็พบว่าอาวุธปืนอันตธานหายไปทั้งหมดจำนวน 11 กระบอก

ต่อมาพล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ภูวดิท ชนะคชภัทร์ รองผบก. พ.ต.อ.ธีรศรัณ ยานนท์ รองผบก. พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.กก.สส.ภ.จว.พระนครศรี อยุธยา ร่วมติดตามความหน้าการติดตามหาตัวผู้กระทำผิด และสามารถติดตามอาวุธปืนที่หายไปคืนมาได้ 3 กระบอก ส่วนที่เหลือได้สั่งการให้เร่งติดตามคืนมาให้ได้โดยเร็ว ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ขโมยเอาอาวุธปืนไปคือ ส.ต.ท.สันติ จับเทียน ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จว. พระนคร ศรีอยุธยา

จากการสอบสวน ส.ต.ท.สันติ จับเทียน อ้างว่าเห็นกุญแจวางเอาไว้ที่โต๊ะ จึงได้เอากุญแจไปไขห้องขโมยเอาอาวุธปืนจำนวน 11 กระบอก แล้วทยอยนำออกไปขายให้บุคคลภายนอก รวมทั้งนำไปจำนำ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องเงิน ทางผู้บังคับบัญชาจึงสั่งให้ดำเนินคดี พร้อมมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่อุบัติขึ้นครั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ถึงกับมีอาการควันออกหู พร้อมสั่งการในที่ประชุมบริหารข้าราชการตำรวจให้ไปสำรวจและเช็คยอดจำนวนปืนจากหน่วยงานต่างๆทั่วประเทศ ที่ขึ้นตรงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และให้ส่งไลน์กลับมาที่สำนักงานส่งกำลังบำรุง (สกบ.) ภายในวันที่ 15 มี.ค. นี้

สำหรับอาวุธปืนซิกซาวเออร์ P320 ไม่มีการจำหน่ายให้กับประชาชน มีเพียงแต่หน่วยราชการเท่านั้น ซึ่งหากมีประชาชนคนไหนครอบครองปืนรุ่นนี้ ก็น่าจะได้มาโดยมิชอบ ต้องถูกถูกจับดำเนินคดี!!

เกี่ยวกับกรณีนี้ผู้ที่จะต้องรับผิดชอบอย่างหลีกเลี่ยงไปไม่ได้คงจะเป็น พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา) เพราะโดยปกติแล้วเมื่อเดินทางมารับตำแหน่ง จะต้องมีการตรวจเช็คกำลังพล-อาวุธยุทโธปกรณ์ว่าอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานในการปฎิบัติหน้าที่ “ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์” หรือไม่ และหากพบว่ามีอะไรที่ขาดตกบกพร่อง ก็จะต้องรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไปได้รับทราบ เพื่อดำเนินการปรับปรุงให้มีความพร้อมอยู่ตลอดเวลา

แต่นี่กับนิ่งเฉยปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาลักลอบขโมยอาวุธปืนของทางราชการออกไปเร่ขายให้กับบุคคลภายนอกมากมายถึง 11 กระบอก!!

ในทันทีที่สื่อสารมวลชนได้เผยแพร่ข่าวนี้ออกไป ทำให้มีประชาชนได้สอบถาม พร้อมกับตั้งข้อสังเกตเข้ามาอย่างมากมายในทำนองที่ว่า ไม่ต้องสงสัยเลยที่ก่อนหน้าที่มีหลายคนสงสัยว่า ทำไมโจรผู้ร้าย นักเรียน นักศึกษา เอาปืนจากที่ไหนมาก่อเหตุอาชญากรรมกันได้เกือบแทนจะทุกวัน บ้างก็เอาไปปล้น-จี้ชิงทรัพย์ บ้างก็เอาไปไล่ยิงกันตาย-บาดเจ็บ เมื่อมีข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกมา ทำให้หลายคนถึงกับหายสงสัยไปในบัดดล

นอกจากนี้ยังมีการคาดคะเนกันว่าการที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ผู้บริหารระดับสูงสุดในหน่วยงานต่างๆที่ขึ้นตรงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินการตรวจเช็คจำนวนอาวุธปืนว่าอยู่ครบตามจำนวนที่ได้ทำบันทึกไว้หรือไม่นั้น การันตีได้เลยว่าอาวุธปืนจะต้องขาดหายไปเป็นจำนวนมาก

ในเรื่องนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จะต้องปวดเศียรเวียนเกล้าอย่างแน่นอน!!

ในบางรายถึงคาดคะเนกันไปอีกว่า ในจำนวนอาวุธปืนที่หายไปนี้ จะต้องถูกใครต่อใครนำไปก่อเหตุอาชญากรรมที่อุบัติขึ้นเป็นรายวันอย่างแน่นอน

เขียนมาถึงบรรทัดนี้ ผู้เขียนกลับมองตรงกันข้าม เพราะถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สั่งการให้เช็คจำนวนอาวุธปืน เพื่อจะได้รู้ว่าอยู่ครบหรือขาดหายไปมากน้อยเท่าไร เพื่อที่จะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนนำตัวคนผิดมาลงโทษ และเร่งติดตามนำอาวุธปืนกลับคืนมา

ดีกว่าที่จะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้อยู่ต่อไป เพราะปัจจุบันปัญหาอาชญากรรม รวมทั้งข่าวคราวการไล่ยิงไล่ฆ่ากันกลางเมืองได้ผุดขึ้นเกือบทั่วทุกหัวระแหง!!

                                                                                                                                                “ไม้ เมืองจีน”