recommendข่าวพระราชสำนัก

โปรดเกล้าฯพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำฉบับแรกของประเทศไทยแก้น้ำท่วม-น้ำแล้ง

โปรดเกล้าฯพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ ฉบับแรกของประเทศไทย มีผลใช้บังคับ 30 วันหลังประกาศในราชกิจจาฯตั้ง “คกก.ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ” ให้ “นายกฯ” นั่งหัวโต๊ะจัดทำแผนแก้น้ำท่วม-น้ำแล้ง

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ทรัพยากร พ.ศ.2561 โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยทรัพยากรน้ำ  โดยให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 30 วันนับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติในหมวด 4 การจัดสรรน้ำและการใช้น้ำ และมาตรา 104  ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 2 ปีนับแต่วันที่พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับเป็นต้นไป โดยมีเนื้อหาสำคัญอาทิ  ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) โดยมีนายกฯเป็นประธานกรรมการ และมีกรรมการผู้แทนคณะกรรมการลุ่มน้ำ จำนวน 6 คน ซึ่งได้รับการคัดเลือกมาจาก กรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำ กรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกรรมการลุ่มน้ำ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 4 คน ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และผลงานเป็นที่ประจักษ์ไม่น้อยกว่า 5 ปีในด้านการเกษตร ด้านทรัพยากรน้ำ ด้านผังเมือง ด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านอุตสาหกรรม

ทั้งนี้กนช.มีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ การบำรุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ ทรัพยากรน้ำ รวมทั้งจัดทำนโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)ให้ความเห็นชอบ  รวมถึงพิจารณาและให้ความเห็นชอบแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้ง และแผนป้องกันและ แก้ไขภาวะน้ำท่วมของคณะกรรมการลุ่มน้ำต่าง ๆ เพื่อบูรณาการการป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วม ระหว่างลุ่มน้ำ

อย่างไรก็ตามในกรณีเกิดปัญหาวิกฤติน้ำจนอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของคน สัตว์ หรือพืช หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐอย่างรุนแรง ให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจจัดตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บัญชาการ อำนวยการ แก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำเป็นการชั่วคราว และให้สำนักงบประมาณ พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้กับศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งและสนับสนุน การปฏิบัติงาน และการใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อกิจการขนาดใหญ่ ที่ หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบจะต้องรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนก่อน และให้มีการจัดทำแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วม รวมถึงภาวะน้ำแล้งด้วย