recommendคอลัมน์

สังคมทั่วทิศ…วันที่ 25 ธ.ค.61

พบกันวันนี้ “ น.5 ” ขอเริ่มที่เรื่องการรณรงค์ลดการบาดเจ็บและลดการเสียชีวิตเหมือนทุกปี ในช่วงเทศกาลปีใหม่  สำหรับการส่งท้ายปี 2561 ที่จะเข้าสู่ปี 2562 ในปีนี้ก็เช่นเคย ทาง พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. ซึ่งร่วมมือกับหน่วยงานภาคเอกชนต่างๆ ร่วมกันรณรงค์ “ดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม ร่วมรับผิดชอบสังคม” เพื่อสร้างจิตสำนึกที่ดีให้แก่ประชาชนชาวไทยที่จะ เดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2562 โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วง 7 วันอันตราย…!! โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้บูรณาการ ร่วมกับภาคเอกชน ทั้งกู้ภัย มีชุดเคลื่อนที่เร็ว ทีมแก้วิกฤตจราจร รถพยาบาล รถยก รถดับเพลิงในการอำนวยความสะดวก โดยตั้งเป้าลดจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุจำนวนผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ให้เหลือน้อยที่สุด ส่วนโครงการรณรงค์ “ดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม ร่วมรับผิดชอบสังคม” ถือว่าเป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและสร้างจิตสำนึกที่ดีและรับผิดชอบในการดื่ม อันเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้ถนนปลอดภัยแก่ประชาชน ที่ต้องใช้รถใช้ถนนในการสัญจรไปมา…***

ขณะเดียวกันทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ก็ได้ออกมาตรการเข้มงวด ตรวจจับและบังคับใช้กฎหมาย เพื่อเป็นการช่วยลดอุบัติเหตุ ความสูญเสีย ที่จะเกิดขึ้นในช่วงปีใหม่ โดยให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมกุล รองผบ.ตร.เป็นผู้กำกับดูแลศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2562 สนองนโยบายของรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญและมุ่งเน้นการลดการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และการสูญเสียชีวิต จากอุบัติเหตุทางถนน และเพื่ออำนวยความสะดวกการจราจรให้แก่ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวในต่างจังหวัดให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด…!! โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จริงจัง และต่อเนื่อง ใน 10 ข้อหาหลัก ได้แก่1.ขับขี่รถโดยใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด2.ขับขี่รถย้อนศร3. ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร4.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย5.ไม่มีใบขับขี่ 6.แซงในที่คับขัน 7.ขับขี่รถในขณะเมาสุรา 8.ไม่สวมหมวกนิรภัย 9.มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย และ10 ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่รถ …!! โดยเน้นหนักในการจับกุมข้อหาที่เป็นปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงที่สุด คือการขับขี่รถโดยใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ขับขี่รถในขณะเมาสุรา และไม่ขับรถไปตามทิศทางที่ได้กำหนดให้เดินรถทางเดียว (ย้อนศร) อย่างเข้มข้นและให้กวดขันวินัยจราจรในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.61 ถึงวันที่ 2 ม.ค.62 ในส่วนของตำรวจกำชับให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ให้ตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ และกรณีเกิดอุบัติเหตุจะต้องตรวจวัดแอลกอฮอล์คู่กรณีทุกราย และยังคงใช้มาตรการยึดรถกรณีเมาขับ ตามคำสั่ง คสช.ทั้งนี้นอกจากตั้งด่านตรวจกวดขันวินัยจราจรแล้ว ที่สำคัญยังตรวจจับการลักลอบขนสิ่งของผิดกฎหมาย ทั้งยาเสพติดและอาวุธอย่างเคร่งครัด ให้เน้นย้ำการสืบสวนหาข่าวการขนอาวุธสงคราม

เรื่องนี้ไม่รู้ว่าเล่นอะไรกัน เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี/หัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้มาตรา 44 ปลด พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยสรร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง) ออกจากเก้าอี้ หลังจากเข้ารับตำแหน่งได้เพียง 46 วัน..ล่าสุดมีคำสั่งออกมาจากสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งให้ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร.โยกข้ามห้วยมาสวมหมวกอีกใบ โดยให้ปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทนเลขาฯ ป.ป.ง.อีก 1 ตำแหน่ง แค่เวลา 6 เดือน เล่นเอาฮือฮาว่าเกิดอะไรขึ้นใน “แดนสนธยา”แห่งนี้อีกแล้ว แต่ดีนะที่ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ เข้ามาทำงานเพียงแค่ครึ่งปี สิ้นเทอมแค่ปี 62 เท่านั้น ไม่งั้นคงจะมีเรื่องสนุกสนานบานตะไท…***

ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานลุยตรวจสอบ “ร้านขอนไม้” ตั้งอยู่ภายในอาคารซันพลาซ่า แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร พบนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการ 174 คน มีปัสสาวะสีม่วง 6 คน อีกทั้งมียาเสพติดพร้อมอุปกรณ์เสพยาภายในร้าน และยังอยู่ในเขตโซนนิงใกล้สถานศึกษานั้น…ทาง พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา ผบก.น.7 ได้มีคำสั่งให้ตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ความกระจ่างแก่สังคม เตรียมเสนอเพิกถอนใบอนุญาต และให้ปิดสถานบริการเป็นเวลา 5 ปี พร้อมกับมีคำสั่งให้ พ.ต.ท.สามารถ พันธ์ล้วน รอง ผกก.(สส.)สน.บางพลัด/รรท.ผกก. พ.ต.ท.ปรีชา สาวม่วง รอง ผกก.(ป.) พ.ต.ต.วิชัย อมรไตรภพ สวป. พ.ต.ต.ไพสิฐ นาคอรุณรัตน์ สว.สส.มาช่วยราชการที่ ศปก.บก.น.7 ให้ขาดจากตำแหน่งเดิมจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ส่วน พ.ต.อ.วีระศักดิ์ กลั่นเกิด ผกก.สน.บางพลัด ได้ลาพักร้อนตั้งแต่วันที่ 14-16 ธ.ค.ที่ผ่านมา เลยรอดตัวเฉียดฉิว…***

“ฟิตจริงๆ” นายตำรวจมากฝีมือ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม./รอง หน.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ศปอส.ตร. เปิดยุทธการ “ขุดรากถอนโคนเครือข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” โดยสนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในตลาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต จำนวน 4 จุด และตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในตลาดไนท์บาร์ซาร์ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 4 จุด หลังทำการสืบสวนทางออนไลน์ พบมีการละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าของประเทศสหรัฐอเมริกา ตลอดจนที่ปรากฏในเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ ผลการตรวจค้นได้ทำการยึดและอายัดทรัพย์สินได้จำนวนหลายรายการ อาทิ บ้าน ที่ดิน รถยนต์ และทรัพย์สินอื่น มูลค่ากว่า 240  ล้านบาท…***

อ้าวหน่วยงานไหนที่รับผิดชอบ บก.แถวฝั่งธนทั้งหมด มีชาวบ้านร้องมาว่ามีอบายมุขแอบมาเปิดเล่นเกลื่อนพื้นที่ แต่เจ้าของพื้นที่รับผิดชอบกลับ “ทำเอาหูไปนา เอาตาไปไร่” มองไม่เห็น ไม่ได้ยินเสียงร้องของชาวบ้าน จึงวาน “น.5”ช่วยเป็นกระบอกเสียงป่าวประกาศให้รู้กัน แต่ยังไม่ขอลงลึกแจ้งพื้นที่ เพราะอยากให้ช่วยตรวจสอบดูทีว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ หรือจะมีความสามารถตามหาเจอที่ลึกลับนั้นหรือไม่ แต่ถ้าหาไม่เจอก็ไม่เป็นไร ครั้งต่อไปจะเอาบัญชีลายแทงขุมทรัพย์มากางให้ดูกัน…*** งานประชาสัมพันธ์..นัดรวมพลคนรักป่า คนรักป่ารักสุขภาพพลาดไม่ได้แล้ว… วนอุทยานชะอำจัดกิจกรรมยิ่งใหญ่ “ วนาประชารัฐ เดิน/วิ่งเพื่อผู้พิทักษ์ และช้างป่า ” พร้อมคลายเหนื่อยกับศิลปินเพื่อชีวิต 3 วงดัง ทั้ง คาราบาว , พงษ์เทพ , ปูพงษ์สิทธิ์ วันที่12 ม.ค.62 ท่านที่ต้องการจะร่วมในกิจกรรม ติดต่อแจ้งลงทะเบียนได้ที่  race.thai.run หรือที่ เพจวนอุทยานชะอำ โทร 032-472108 ตั้งแต่วันพุธที่ 19 ธ.ค.61 ถึง 5 ม.ค.62 นี้เท่านั้น…สวัสดี