พบกันวันแรกขอเริ่มที่เรื่องความเดือดร้อนของผู้ใช้รถใช้ถนน เพราะเดี๋ยวนี้ตำรวจ กก.3 บก.ทล. ได้ใช้กล้องตรวจจับความเร็วที่ไม่ใช่ของทางราชการ โดยให้เอกชนมาลงทุนและแบ่งผลประโยชน์รางวัลสินบนนำจับ รายได้น่าจะตกเดือนละเป็นล้านบาท โดยที่จังหวัดระยอง มีอยู่ 2 จุด ที่ถนนสาย 36 ขาเข้าระยอง กม.30 แต่ละจุดห่างจากหน่วยบริการตำรวจทางหลวงมาบข่า ประมาณ  2  กม และในพื้นที่ของทุกสถานี ในเขตความรับผิดชอบ กก.3 บก.ทล.ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน  เช่น ไป กทม.ก็โดนไปสั่งทั้งไปและกลับ 2-3 ใบ เพราะกล้องแบบนี้มีเยอะมาก แต่เรื่องนี้ถือว่าเป็นกล้องที่ผิดกฎหมาย เพราะไม่ใช่เครื่องครุภัณฑ์ของทางราชการและได้รับอนุญาติจากเจ้าพนักงานจราจร ผู้มีอำนาจอนุญาตให้นำมาใช้ในการตรวจจับการกระทำความผิดในเขตอำนาจความรับผิดชอบ หรือเขตพื้นที่รับผิดชอบเท่านั้น ฝากท่าน พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์ ผบก.ทล.ลองสอบถาม พ.ต.อ. ชวลิต ศาสตร์เวช ผกก.3 บก.ทล.ที่รับผิดชอบดูทีว่า มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่...

*** อบายมุขผุดขึ้นราวเหมือนดอกเห็ดที่ได้น้ำฝน “น.5” ได้รับการร้องเรียนมาว่าในพื้นที่บางแก้ว บางเสาธง และพื้นที่อื่นๆ ของจังหวัดสมุทรปราการ มี “บ่อนการพนัน” โผล่ขึ้นตามจุดต่างๆ ในพื้นที่มากมาย เขียนแล้วถ้าไม่ชี้จุดว่ารู้จริงเดี๋ยวหาว่ามั่ว จุดที่ 1.บนถนนศรีณครินทร์ ทางเข้า ออฟโรด 4x4 จุดที่ 2.หมู่บ้านพรสว่าง ท้องที่สำโรงเหนือ โต๊ะสนุก 888 จุดที่ 3.ซอยด่านสำโรง 48 หลังร้านอาหารน้องอร  (สถานที่นี้ใหญ่มากและมีคนเข้าออกเยอะมาก)ส่วนจุดที่ 4.ซอยโนรี ก่อนถึง กม.30 ท้องบางปู นี่เพียงแค่น้ำย่อย ก็ไม่รู้ว่า พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 ท่านจะรู้ไหมหนอ...ว่าในพื้นที่รับผิดชอบมี “บ่อนการพนัน” ผุดขึ้นมาเหมือนดอกเห็ด ถ้าได้ยินแล้วลองตรวจสอบดูหน่อย เดี๋ยวถ้าหน่วยอื่นรู้ก่อนจะหาว่าไม่บอกกันนะคร๊าบ...

.*** ขอแว๊บเข้ามาเขตนครบาลพื้นที่ทุ่งเพชรเกษม สักนิด เพราะตอนนี้ได้ยินเสียงม้าวิ่งกันให้ลั่นทุ่ง เป็นเจ้าของเดิม “อาม่า” ที่เอามาลงปล่อยวิ่งอยู่หลายจุด แว่วๆว่า เพราะเจ้าของพื้นที่เส้นใหญ่และแข็งเลยไม่กลัว พื้นที่รับผิดชอบของใครช่วยดูกันหน่อย ..

.*** จุดด่างของกองสืบพื้นที่ บก.น.1 พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ พ.ต.อ.วิชัย แดงประดับ ผกก.(สอบสวน) บก.น.1 เป็นหัวหน้าคณะทำงานสอบสวนตำรวจ กก.สส.บก.น.1หลังนายศักดิ์ชัย แน่นอุดร อายุ 49 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด พ่อค้าขายส้มตำ ย่านถนนพระราม 6 เข้ามาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.พญาไท โดยอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 จับกุมและยัดยาเสพติด ก่อนรีดไถเงิน 5 หมื่นบาท เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี จนทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงการสีกากี โดยทาง ผบก.น.1 ได้สั่งให้แยกคดีเป็น 2 ส่วน คือในส่วนของคดีของผู้เสียหายและส่วนความผิดทางวินัยของตำรวจ ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนและสั่งลงโทษตามกฎหมาย คือไล่ออก พร้อมทั้งยืนยันว่าจะไม่มีการช่วยลูกน้องที่กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด…”น.5” ก็จะรอติดตามดูว่าผลสอบออกมาเป็นอย่างไร และดูซิว่าชุดที่ทำให้วงการสีกากีต้องหม่นหมองตามที่พูดถึงนั้น เป็นตำรวจมากกว่านิ้วหรือนิ้วมากกว่าตำรวจ...

***“จับยาเสพติด” ทหาร-ตำรวจ-นอภ. นำโดย พ.อ.พิเชษฐ์  หัสดีผง รองผบ.ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ร่วมกับนายปกรณ์ กรรณวัลลี นภอ.สังขละบุรี พ.ต.อ.มานิต ผลวานิชย์ ผกก.สังขละบุรี พ.ต.อ.สำราญ กลั่นมา ผกก.ตม.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ทศพร ปทุมยา ผกก.ตชด.ที่ 13 สนธิกำลังร่วมกันตั้งด่านตรวจที่จุตรวจร่วมสะพานรันตี หมู่ 1 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี ถนนสาย 323 อ.สังขละบุรี จับยาเสพติด 2 ราย มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ที่อาศัยช่วงฝนตก-น้ำท่วมขนไปส่งลูกค้า รายแรกจับกุมนายอัมพร ณะสติ อายุ 77 ปี ชาว จ.นครปฐม ขับรถเก๋งโตโยต้า ทะเบียน 3 กย 3736 กรุงเทพมหานคร ซุกไอซ์น้ำหนักกว่า 20 กก.มาในถุงชาจีน มูลราคา 63 ล้านบาท สารภาพรับจ้างเพื่อน ให้ไปส่งที่ จ.ราชบุรี...*** ขณะเดียวกันก็จับกุมนายแซโก หรือล้อ ไม่มีนามสกุล อายุ 21 ปี ชาวเมียนมา ขับรถกระบะโตโยต้า ทะเบียน บน 3440 ลพบุรี ซุกยาไอซ์ น้ำหนักกว่า 10 กก.และยาบ้าอีก 50,000 เม็ด มูลค่ากว่า 38 ล้านบาท ซุกซ่อนในถังน้ำมันรถซึ่งตัดเชื่อมดัดแปลงเป็นช่องว่างสำหรับใส่ยาเสพติด สารภาพรับจ้างจากเพื่อนชาวเมียนมา ให้นำยาเสพติดมาส่งที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี...*** “แก๊งมอดไม้เหิม” ลอบตัดไม้หวงห้าม ทั้งมะค่าโมง-ประดู่ กองเกลื่อนป่าห้วยแห้ง ...นายไพโรจน์ เขียวแก้ว หน.หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 13กรมป่าไม้ นายณรงค์ บุญรักษา ผช.หน.หน่วยฯ นายพนัชกร โพธิบันฑิต หน.อุทยานฯไทรโยค น.ส.เนตรนภา งามเนตร ผช.หน.อุทยานฯ ได้นำกำลังเข้าตรวจตรวจยึดไม้หวงห้าม ทั้งมะค่าโมง-ประดู่ บริเวณป่าสงวนฯ วังใหญ่-แม่น้ำน้อย หมู่ 7 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี พบไม้มะค่าโมงและไม้ประดู่ จำนวน 11 ท่อน ที่ถูกแก๊งมอดไม้ลักลอบเข้ามาตัด แต่ไม่สามารถนำออกไปได้ จึงยึดไว้เป็นของกลางและเข้าแจ้งความ สภ.ไทรโยค เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี

*** สุดท้ายคุณโสภิต พิสิษฐบรรณกร และคุณรังสิยา บรรณกร ฝากประชาสัมพันธ์ จะจัดงานครบรอบ 44 ปี น.ส.พ.ดาวสยาม ชื่องาน "สายสัมพันธ์ 44 ปี เพื่อนพ้อง น้องพี่ ดาวสยาม" ในวันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2561 ณ โรงแรมรัตนโกสินทร์ ราชดำเนิน เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ร.อ.รชฏ พิสิษฐบรรณากร ฝากเรียนเชิญ เพื่อนๆ พี่ๆ นักข่าวทั้งอดีตที่เคยทำงานกับดาวสยาม และสื่อมวลชนทุกท่าน ฝากบอกต่อท้ายงานนี้ขอให้มาแต่ตัวอย่างเดียวงดรับทุกอย่างครับ…สวัสดี

 

- Advertisement -