recommendrecommend2เจาะลึก..แฟ้มคดี "อาชญากร"

ย้อนรอย..ลืมเด็กไว้ในรถนักเรียน..ศพแล้ว..ศพเล่า..ผู้ใหญ่ประมาท..?? หรือกฎหมายไม่แข็งพอ.!!

     จะเป็นอุทาหรณ์..กันอีกสักกี่หน..จากกรณีลืมเด็กไว้ในรถนักเรียน ข่าวแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยเพียงแต่แตกต่างกันที่รายละเอียดและสาเหตุแต่สิ่งที่เหมือนกันคือความประมาทของผู้ใหญ่..ที่ต้องทำให้เด็กเสียชีวิต..เวลาเกิดเรื่องขึ้นเรามักได้ยินประโยคของผู้ที่เกี่ยวข้องว่า“ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นหรอก”...แต่ก็บ่อยเหลือเกินที่เราได้ยินประโยคนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อไรจะไม่มีคำนี้เกิดขึ้นอีก

แต่ก็มีหลายโรงเรียนกลับมาคิดจนมีการจัดกิจกรรมเสริมอยู่ช่วงหนึ่งที่ให้เด็กสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ยามเมื่อติดอยู่ในรถตู้เพียงลำพัง พร้อมสาธิตวิธีปลดล็อกประตูรถด้วยตัวเองอย่างง่ายๆ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเรื่องเศร้าขึ้น แต่นั่นก็เป็นเพียงช่วงแรกๆ เท่านั้นเมื่อเกิดข่าวเด็กติดรถขึ้นมาอีกที่สำคัญอยู่ที่กฎหมายต้องหนักและผู้ใหญ่ต้องมีความรับผิดชอบมากกว่านี้

สุดท้ายเหตุการณ์แบบนี้ก็เกิดขึ้นอีก..ล่าสุดของเย็นวันที่ 15 ส.ค.61 ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านใหม่รับแจ้ง เหตุว่าลืมเด็กอนุบาลไว้ในรถตู้รับส่งนักเรียน จึงรีบรุดไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ  พบศพเด็กหญิง วัย 3 ขวบ เสียชีวิต ภายในรถตู้ ทะเบียน นข1612 นราธิวาส เป็นรถตู้รับส่งนักเรียนใน อ.สายบุรี  พื้นที่โรงเรียนบำรุงมุสลีมีน ม.1 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ทราบชื่อภายหลังคือ เด็กหญิงนูรนาเดีย มะ เป็นนักเรียนชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนบำรุงมุสลีมีน สภาพศพมีเลือดไหลออกทางจมูก เสื้อผ้าเลอะทั้งตัวนอนเสียชีวิตอยู่ที่เบาะหลังสุดของรถตู้ จากผลชันสูตรโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี พบว่าเด็กขาดอากาศหายใจ

จากกรณีดังกล่าวนับเป็นคดีที่ 2 ของปี 2561 ต่อจากคดีของน้องแยม เด็กหญิงวัย 5 ขวบ ที่ครูพี่เลี้ยงเผลอลืมเด็กไว้ทั้งที่นั่งอยู่ด้านหน้าคนขับในรถรับส่งนักเรียน จนกลายเป็นคดีสะเทือนขวัญแห่งปีเกี่ยวกับเด็กนักเรียนที่ผู้ปกครองต้องกลับมาตระหนักคิดถึงความปลอดภัยในบุตรหลานของตนเมื่อส่งขึ้นรถตู้ไป แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคดีทั้งหมดเกิดจากความประมาทของคนขับ ไปจนถึงครูพี่เลี้ยงเอง หากตรวจสอบอย่างดีเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งในแต่ละครั้งเมื่อมีการสูญเสียสร้างความโศกเศร้าให้กับครอบครัวเหยื่อและสะเทือนใจแก่ผู้ที่ได้ทราบข่าวเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ในครอบครัวถ้าไม่เกิดขึ้นกับครอบครัวตัวจะไม่รู้ว่ามันเป็นอย่างไร...

เรามาย้อนดูกันว่าคดีแบบนี้เกิดขึ้นมากี่ครั้งแล้วนับตั้งแต่ปี 2555 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2555 น้องป๋อ อายุ 4 ขวบ ชาว จ.กาฬสินธุ์  เสียชีวิตคาเบาะรถรับส่งนักเรียน คนขับรถให้การว่ามองไม่เห็น จึงล็อครถไว้ และมาทราบภายหลังว่ามีเด็กชายผู้เคราะห์ร้ายติดอยู่ในรถและเสียชีวิต

วันที่ 3 เมษายน  2556  น้องเอย เด็กหญิงวัย 3 ขวบ นักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล 1 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งย่าน จ.สมุทรปราการ ถูกคุณครูลืมทิ้งไว้ในรถตู้โรงเรียน  นานหลายชั่วโมง จนเกิดอาการช็อคหมดสติ  และเสียชีวิตในวันที่ 17 เมษายน 2556

15 พฤษภาคม 2556 น้องพอตเตอร์ อายุ 3 ขวบ ซึ่งนอนหลับอยู่บริเวณแค็บด้านหลังของรถกระบะ ถูกคุณครูสาวลืมทิ้งไว้ นานกว่า 7 ชั่วโมงจนเสียชีวิตในพื้นที่ อ.อุทุมพรพิสัย  จ.ศรีสะเกษ  สอบสวนทราบว่าคุณครูที่รับจ้างรับส่งนักเรียน ขับรถมารับน้อง พอตเตอร์ ตั้งแต่เวลา 07.30 น. จนกระทั่งเวลา 15.00 น. เจ้าของรถจึงมาพบน้องพอตเตอร์เสียชีวิตภายในรถ

21 กรกฎาคม 2257 น้องปลื้ม เด็กชายวัย 4 ขวบ นอนหลับบริเวณกระบะแคปด้านหลัง  ก่อนถูกคนขับรถลืมทิ้งไว้ในรถ ซึ่งจอดอยู่ใกล้ สภ.ชะอวด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราชเพียง 20 เมตร  เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อสังเกตว่ารถยนต์คันนี้ติดฟิล์มกรองแสงสีทึบ ทำให้มองไม่เห็นภายใน และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ไม่มีคนช่วยเด็กน้อยผู้เคราะห์ร้ายได้ทัน

11 พฤษภาคม 2559  น้องอิงค์ อายุ 3 ขวบ ถูกคนขับรถลืมทิ้งไว้ในรถตู้จนเสียชีวิต  เหตุเกิดในพื้นที่ ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ  คนขับรถและพี่เลี้ยงเด็กให้การว่า ระหว่างตระเวนรับนักเรียน แอร์รถเกิดเสีย จึงจอดรถทิ้งไว้หน้าหมู่บ้านท่ามกลางอากาศร้อนจัด  และให้รถตู้อีกคันมารับนักเรียนไปส่งโรงเรียนแทน โดยไม่ทราบว่าน้องอิงค์นอนหลับอยู่ที่เบาะหลัง

วันที่ 31 ก.ค. 2560 ครอบครัวของ เด็กชายชนะชัย คงผล หรือน้องกาก้า อายุ 6 ขวบ ได้สูญเสีย น้องกาก้าไปจากการที่คนขับลืมน้องไว้ในรถ ทำให้ขาดอากาศหายใจ จนแพทย์สุดยื้อแม้จะพยายามอย่างเต็มที่ และอีกเหตุการณ์กับคลิปเด็กหญิงพลัดตกจากรถตู้ ในปี 2559 แต่ยังถือว่าโชคดี ที่เด็กหญิงไม่ได้รับอันตรายใดๆ แต่ที่คลิปโด่งดังเนื่องจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งนำคลิปของเด็กหญิงขณะตกจากรถตู้รับส่งนักเรียน มาโพสต์ไว้ จนมีการแชร์ส่งต่อเป็นวงกว้างนำมาซึ่งการสืบสวนและเอาผิดคนขับรถตู้

วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 เด็กผู้เคราะห์ อีกราย คือ น้องกาก้า เด็กชายวัย 6 ขวบ นักเรียนชั้น ป.1 จากจังหวัด พระนครศรีอยุธยา ถูกคนขับรถรับส่งนักเรียนลืมทิ้งไว้ในรถส่งผลให้น้องกาก้าขาดอากาศหายใจมากกว่า 7 โมง  และเสียชีวิตลงเมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 2 สิงหาคม 2560  ขณะที่คนขับรถก็ยอมรับว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้น เป็นเพราะความประมาทของตัวเอง

ครับ..นี้เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งที่นำเสนอ ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบก (ขบ) เข้ามาดูแลเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของรถตู้ โรงเรียนหรือรถรับส่งนักเรียนมากขึ้นพร้อมออกกฎหมายภายใต้ พ.ร.บ.ขนส่งทางบก พ.ศ.2522 กำหนดให้ผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียนที่มีที่นั่งเกินกว่า 12 ที่นั่ง (รถบัส) ต้องมายื่นขอจดทะเบียนขอใบอนุญาตประกอบขนส่งนักเรียนเป็นการเฉพาะ พร้อมทั้งต้องติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยประจำรถด้วย แต่กฎหมายยังไม่ได้ครอบคลุมถึงรถขนาดเล็กที่มีที่นั่งน้อยกว่า 12 ที่นั่ง คือ รถตู้ และรถกระบะ ที่มักเกิดปัญหาขึ้นบ่อยครั้ง หากทำผิดจะมีโทษทางกฎหมายตามพ.ร.บ.ขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ข้อหาใช้รถผิดประเภท และไม่มีใบอนุญาตประกอบการขนส่ง มีโทษหนักจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาทถึง 1 แสนบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ ส่วนกรณีฝ่าฝืนไม่ติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยในตัวรถ หากตรวจพบมีโทษปรับไม่เกิน 5 พันบาท

ส่วนในเรื่องการลงโทษของผู้ขับรถตู้รับส่งนักเรียนหากมีการตายเกิดขึ้นนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะตั้งข้อหาประมาทและกระทำการให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 หมื่น ถือเป็นความผิดคดีอาญาไม่สามารถยอมความได้ คดีเกี่ยวกับรถตู้รับส่งนักเรียนที่เกิดขึ้นถึงแม้จะมีกฎหมายระบุโทษของคนขับรถตู้ไว้ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่

สามารถเอาผิดในข้อหาได้โดยตรง จนบางครั้งคดีความต้องเงียบลง ฝากถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยเป็นหูเป็นตา ใส่ใจในหน้าที่ให้มากขึ้นเพราะคงไม่มีใครอยากให้ศพต่อไปเป็นลูกหลานหรือคนที่คุณรัก แล้วทำไหมเหตุการณ์แบบนี้ถึงได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง..เป็นความประมาทของผู้ใหญ่..หรือว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมื่องไม่สนใจ..???  หรือว่า..ตัวกฎหมายที่ลงโทษมันยังไม่แข็งพอถึงได้ประมาทกันอยู่บ่อยๆ..???

- Advertisement -