recommendrecommend2เจาะลึก..แฟ้มคดี "อาชญากร"

ย้อนรอยคดี“เสี่ยอ้วน บางลา”เป็นใคร.???.สั่งฆ่า..คู่รักหน้าเขาชีจรรย์

  จากกรณีเหตุการณ์คู่รักถูกยิง บริเวณลานจอดรถเขาชีจรรย์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ทราบชื่อคือ นายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือน้องพอส อายุ 21 ปี เป็นชาว จ.นครศรีธธรรมราช นอนหงายถูกยิงเข้าที่ศีรษะ และ น.ส.ปวีณา นาเมืองรัก หรือน้องสปาย อายุ 20 ปี เป็น ชาวกาฬสินธุ์ ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ เช่นกัน ในที่เกิดเหตุตำรวจพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม.จำนวน 7 ปลอก โดยพยานที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่าคนร้าย มี 2 คน ขับรถเก๋งฮอนด้า CRV สีขาวป้ายแดง ขับชลอมาใกล้ผู้ตายทั้งคู่ ที่กำลังเดินไปขึ้นรถเก๋งอีโนว่า ปรากฏว่าคนร้ายที่นั่งข้างคนขับลงจากรถใช้ปืนกระหน่ำยิงไปที่ผู้ตายทั้ง 2 คน จนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ตำรวจทราบว่าผู้ตายทั้งคู่นั้นเป็นแฟนกัน มาจากกรุงเทพฯ พร้อมกับกลุ่มเพื่อนรวม 4 คน ผู้ชาย 3 คน มีนายอนันตชัยและเพื่อนผู้ชายของน.ส.ปวีณาอีก 2 คน เช่าพักโรงแรมในตัวเมืองพัทยา และช่วงเช้าได้เช่ารถเก๋งของโรงแรมพร้อมคนขับให้พาเที่ยวมาหลายแห่ง ก่อนจะแวะเขาชีจรรย์ และกำลังจะกลับที่พัก ส่วนเพื่อนชาย 2 คนแยกไปเข้าห้องน้ำ ขณะที่ผู้ตายทั้ง 2 คนกำลังเดินไปขึ้นรถเก๋ง ก็ถูกมือปืนจ่อยิงหัวเสียชีวิตทั้งคู่ และจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าเพื่อนชายที่ไปกับคู่รักทั้ง 2 นั้นเป็นผู้ชี้เป้าให้มือปืนสังหาร พร้อมยอมรับว่าได้รับเงินจากเสี่ยอ้วน ภูเก็ต จำนวน 2 หมื่นบาท  เพื่อบอกพิกัดรายงานความเคลื่อนไหวของเหยื่อทั้งสอง โดยในแผนของเสี่ยอ้วนนั้นได้ส่งทีมลูกน้องไปดักอุ้ม ที่บ้านพัก จ. นครปฐม  แต่ตัวน้องสปาย นั้นอยากไปไหว้พระ เที่ยวทะเลในช่วงวันเกิด ซึ่งทั้งสองไม่คิดว่าลูกน้องของเสี่ยอ้วน จะกล้าสังหารคู่รักสปาย-ฟอส ถึงชลบุรี

สำหรับเสี่ยอ้วนนั้น เคยมีประวัติยิงคนตายมาแล้วเนื่องจากหึงหวงสาวโคโยตี้ประจำร้าน แต่สามารถสู้คดีจนหลุดมาได้ ส่วนแนวทางการสอบสวนคดีล่าสุดนั้นมีพยานยืนยันว่าเสี่ยอ้วนไปหลงรักน.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ ซึ่งทำงานเป็นสาวโคโยตี้ อยู่ในบาร์ของเสี่ยอ้วน ตั้งอยู่ในซอยปุ้มปุ้ย แต่ทว่า น.ส.ปวีณา มีคนรักอยู่แล้วคือนายอนันตชัย จริตรัมย์ ซึ่งเป็นพนักงานเสิร์ฟภายในร้านมีพยานยืนยันว่าเคยเห็นเสี่ยอ้วน ใช้อาวุธปืนข่มขู่ทั้งสองเป็นประจำกระทั่งผู้ตายเกิดความหวาดกลัวหนีออกมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ จ.นครปฐม ก่อนเกิดเหตุสลดขึ้น เสี่ยอ้วน ทราบการเคลื่อนไหวของผู้ตายทุกระยะเนื่องจากเสี่ยอ้วนนั้นได้ซื้อโทรศัพท์มือถือให้กับ น.ส.ปวีณา ทำให้สามารถทราบพิกัดต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ด้านประวัติของเสี่ยอ้วน เดิมมีพื้นเพเป็นคนสุรินทร์ แต่ด้วยเป็นคนขยันหนักเอาเบาสู้จึงสร้างฐานะได้อย่างรวดเร็ว จากผู้จัดการดิสโก้เทค พัทยา เมืองชลบุรี และมาอยู่ที่ป่าตอง ภูเก็ตราว 20 ปีก่อนยังไม่มีสถานบริการหนาแน่นขนาดนี้  ส่วนอาชีพหลักที่สร้างตัวให้กับเขาคือการเป็นเจ้าของธุรกิจ “เด็กห้องน้ำ” โดยอาชีพ “เด็กห้องน้ำ” หมายถึงการขอเข้าดำเนินการภายในห้องน้ำสถานบริการต่างๆ ทั่วทุกแห่งในหาดป่าตอง ซึ่งเป็นสถานท่องราตรีระดับโลกห้องน้ำหรือห้องสุขา ย่อมเป็นสิ่งคู่กันกับสถานบริการอยู่แล้ว “เสี่ยอ้วน” เดิมเป็นเพียงเด็กบริการนวด จัดผ้าเย็น ผ้าร้อนให้กับบรรดานักเที่ยวเวลาเข้าไปปล่อยหนัก หรือเบาในห้องสุขาแลกกับทิปสิบบาทยี่สิบบาทกระทั่งขยับตัวกลายเป็นผู้รับเหมาสัมปทาน ครอบคลุมห้องสุขาไปทั่วเกาะภูเก็ต จากนั้นจึงเริ่มเปิดสถานบริการของตนเองเป็นเจ้าของบาร์เล็กๆ จาก 1 ห้องจนถึงปัจจุบันสถานบริการโกยเงินทุกคืนที่เรียงเป็นตับในซอยแห่งหนึ่งของถนนป่าตองเป็นของเขาทั้งหมด กิจการบาร์ของเสี่ยอ้วน รุดหน้าอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีการระดมสาวโคโยตี้ รูปร่างหน้าตาดีจำนวนมากจึงเป็นขวัญใจของนักท่องราตรีทั้งไทยและเทศ

ก่อนหน้าประมาณปี 2559 เสี่ยอ้วน เคยต้องคดีฆ่าคนตายโดยการยิงเพียงนัดเดียวตัดขั้วหัวใจตายคาหอพัก ที่หญิงสาวในการอุปการะของเสี่ยอ้วนพักอาศัยอยู่มาแล้วโดยรูปคดีออกมาทำนองว่าเป็นการยิงป้องกันตัว เพราะคนตายถืออาวุธปืนอยู่ คดีนี้จบลงด้วยการสั่งไม่ฟ้องของอัยการ และคณะกรรมการกองบัญชาการตำรวจภาค 8 ในขณะนั้นไม่เห็นแย้งจึงทำให้เสี่ยอ้วน หลุดคดี อย่างไรก็ตามได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์

อย่างกว้างขวางโดยมีข้อสังเกตว่าเสี่ยอ้วน เป็นผู้มีฐานะส่วนคู่กรณีเป็นเพียงคนขายไอกรีมแต่เมื่อญาติผู้เสียชีวิตไม่ติดใจ เรื่องราวต่างๆ จึงค่อยๆ เงียบลงจนมาถึงรายของน้องสปายนั้น เสี่ยอ้วนเคยยื่นของเสนอ เงิน 4 ล้านบาท เพื่อสู่ขอ พร้อมทั้งเคยใช้อาวุธปืนข่มขู่ ผู้เสียชีวิตทั้งสองด้วย ก่อนจะมาเกิดเหตุสะเทือนขวัญในภายหลัง  ล่าสุดศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีสังหารคู่รักหน้าเขาชีจรรย์ 3 ราย โดยมีเสี่ยอ้วนเป็นผู้จ้างวาน รวมถึงมือปืนและคนชี้เป้าในคดีนี้

ขอคุณเพจบิ๊กเกรียน

- Advertisement -