recommendประเด็นร้อน

ตำรวจสรุปสำนวนส่งฟ้อง“เปรมชัย”กับพวก9ข้อหาแล้ว!อัยการยันโปร่งใส

“ศรีวราห์” เผยคดีเสือดำทุ่งใหญ่นเรศวร ครบถ้วนทั้งพยานหลักฐาน ตำรวจสรุปสำนวนส่งฟ้อง “เปรมชัย” พร้อมพวก 9 ข้อหา เว้นข้อหาทารุณกรรมสัตว์แล้ว ขณะที่อัยการลั่น หลังจากนี้จะเร่งรัดการทำสำนวนในทุก 7 วัน เพื่อให้การทำสำนวนมีความเห็นในการสั่งคดีให้เร็วที่สุด

เมื่อวันที่ 13 มี.ค.61 ที่สำนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ นำสำนวนคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คน ล่าสัตว์ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ส่งมอบให้แก่นางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค 7 และนายทนง ตะภา อัยการจังหวัดทองผาภูมิ

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ขณะนี้สำนวนมีความสมบูรณ์เรียบร้อยครบถ้วนทั้งพยานหลักฐาน สามารถสั่งฟ้องนายเปรมชัยพร้อมพวกต่อพนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิได้ทั้ง 9 ข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ส่วนการตรวจซากสัตว์ ชิ้นเนื้อ และวัตถุพยานอื่นๆ ทางกรมอุทยานฯ ได้ส่งรายงานเบื้องต้นมาแล้วทั้งเรื่องของดีเอ็นเอบนเขียง มีด ได้นำไปรวมกับสำนวนเรียบร้อยแล้ว

ส่วนกรณีที่มีรายงานว่านายเปรมชัยจะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาก่อนกำหนดที่ บก.ปทส.นั้น รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับรายงานจากพนักงานสอบสวน แต่ถ้าประสงค์จะเดินทางมาก่อนก็สามารถกระทำได้ คดีนี้พนักงานสอบสวนมีการสอบปากคำพยานทั้งสิ้น 51 ปาก ส่งหลักฐานและวัตถุพยานไปตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ 28 รายการ จำนวน 225 ชิ้น เอกสารสำนวน 2 แฟ้ม รวมทั้งสิ้น 857 แผ่น

“พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ทำสำนวนเพียง 36 วันก็สามารถมีความเห็นสั่งฟ้องให้พนักงานอัยการได้ มั่นใจในพยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ 99 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 1 เปอร์เซ็นต์รอหลักฐานบางส่วนเล็กๆ น้อยๆ จากทางกรมอุทยานฯ”

สำหรับคดีนี้ นายวิเชียร ชิณวงษ์ เป็นผู้กล่าวหา มีนายเปรมชัย กรรณสูต นายยงค์ โดดเครือ นางนที เรียมแสน และนายธานี ทุมมาศ เป็นผู้ต้องหาที่ 1-4 ตามลำดับ ในข้อหา 1. ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 2. ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 3. ร่วมกันล่าและพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 4. ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ี 5. ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยการกระทำความผิด 6. ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 7. ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 8. ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 9. ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน 10. ร่วมกันกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์ โดยไม่มีเหตุอันสมควร

เหตุเกิดระหว่างวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ตำบลชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาที่ 1 ถึง 9 ต่อผู้ต้องหาทั้งสี่แล้ว ผู้ต้องหาทุกคนให้การปฏิเสธ ส่วนข้อกล่าวหาที่ 10 พนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งข้อกล่าวต่อผู้ต้องหาทั้งสี่

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนเสนอพนักงานอัยการ เสนอเห็นควรสั่งฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต ผู้ต้องหาที่ 1 ข้อหาที่ 1 ถึง 8 และเห็นควรสั่งฟ้องในข้อหาที่ 9 เฉพาะข้อหาพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร ส่วนข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เห็นควรสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากอาวุธปืนของกลางเป็นของนายเปรมชัย กรรณสูต ผู้ต้องหาคนที่ 1 ที่ได้รับใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองโดยชอบตัวกฎหมาย, เห็นควรสั่งไม่ฟ้องนายเปรมชัย ผู้ต้องหาที่ 1 ในข้อหาร่วมกันกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์ โดยไม่มีเหตุอันสมควร เพราะเห็นว่าการกระทำไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย, เห็นควรสั่งฟ้องนายยงค์ โดดเครือ ผู้ต้องหาที่ 2 นางนที เรียมแสน ผู้ต้องหาที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ ผู้ต้องหาที่ 4 ตามข้อกล่าวหาที่ 1 ถึง 9 ทุกข้อกล่าวหา และเห็นควรสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาที่ 2 ถึง 4 ในข้อหาร่วมกันการะทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์ โดยไม่มีเหตุอันสมควร เพราะเห็นว่าการกระทำไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย

ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนทั่วไป ผู้ต้องหาเป็นผู้มีชื่อเสียงในสังคม สื่อมวลชนติดตามและนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง และกลุ่มองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองพิทักษ์สัตว์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติ ได้ติดตามการดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นคดีสำคัญ เพื่อให้การพิจารณาคดีนี้เป็นไปโดยรอบคอบ รวดเร็วและโปร่งใส นางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค 7 จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อร่วมกันพิจารณาดำเนินคดีนี้ ประกอบด้วย นายสมเจตน์ อำนวยสวัสดิ์ อัยการพิเศาฝ่ายคดีอาญา 2 ภาค 7 เป็นหัวหน้าคณะทำงาน, นายทนง ตะภา อัยการจังหวัดทองผาภูมิ คณะทำงาน, พ.ต.ท.อำนาจ สุจริตชัย รองอัยการจังหวัดกาญจนบุรี คณะทำงาน และนายกฤษฎา ชูโต รองอัยการจังหวัดทองผาภูมิ คณะทำงานและเลขานุการ

เมื่อคณะทำงานพิจารณาและมีความเห็นเสนออธิบดีอัยการภาค 7 มีคำสั่งทางคดีเรียบร้อยแล้ว สำนักงานอัยการสูงสุดจะได้แถลงให้ทราบในโอกาสต่อไป วันนี้พนักงานสอบสวนไม่ได้ส่งผู้ต้องหาทั้ง 4 คนมาพร้อมสำนวน เนื่องจากผู้ต้องหาได้มีการฝากขังไว้ที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิแล้ว ตามคดีหมายเลขดำที่ ฝ.34/2561 โดยจะครบฝากขังครั้งที่ 4 ในวันที่ 25 มีนาคม 2561

ด้านนางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค 7 กล่าวว่า หลังจากนี้ทางอัยการจะเร่งรัดการทำสำนวนในทุก 7 วัน เพื่อให้การทำสำนวนมีความเห็นในการสั่งคดีให้เร็วที่สุด แต่หากมีการต้องให้พนักงานสอบสวนสอบเพิ่ม ก็จะมีการประสานข้อมูลกันเพื่อให้การทำงานมีความรวดเร็ว ส่วนเรื่องรายละเอียดในสำนวนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ พร้อมยืนยันว่าการทำงานของอัยการต่อจากนี้จะดำเนินการอย่างถูกต้องโปร่งใส รวดเร็ว สามารถตรวจสอบได้

 

 

 

- Advertisement -